Spyder X Elite Colorimeter

Spyder X Elite Colorimeter

Spyder X Elite Colorimeter

Review : Spyder X Elite Colorimeter

วันนี้จะมาเขียนรีวิว Spyder X Elite อุปกรณ์คาลิเบรทจอภาพ (Colorimeter) เพื่อให้จอภาพแสดงผลได้เที่ยงตรงตามมาตรฐาน โดย Spyder X เป็นตัวแคลจอรุ่นใหม่ล่าสุด จากค่าย Data Color ต่อจากรุ่นก่อนคือรุ่น Spyder 5

Spyder X ได้ออกมา 2 รุ่น คือรุ่น Spyder X Pro กับ Spyder X Elite ซึ่งเป็นรุ่นท๊อปสุด

Spyder X Pro กับ Spyder X Elite

 

SpyderX สองรุ่นนี้ แตกต่างกันอย่างไร ดูได้จากตารางด้านล่างครับ

Spyder X Pro VS Spyder X Elite

Spyder X Pro VS Spyder X Elite

 

ผมเองได้รับ Spyder X Pro จากตัวแทนมาทดลองใช้ก่อน แล้วรู้สึกว่ายังใช้งานได้ไม่ครบทุกฟังค์ชั่น เพราะเดิมผมมีใช้ Spyder 5 รุ่น Elite อยู่ จึงได้ขอรุ่น Elite เค้ามาลองทดสอบต่ออีกที โดยในรีวิวนี้ จะขอรีวิวเฉพาะรุ่น Elite เท่านั้นครับ

เนื้อหาบทความจะแย่งเป็น 3 ส่วน คือ

1.รีวิวการใช้งานแบบ Step by Step
2.เช็คผลลัพธ์ที่ได้
3. เปรียบเทียบความแตกต่างจากรุ่นก่อน

 

Spyder X Elite

Spyder X Elite

บทที่ 1. รีวิวการใช้งาน

หลังจากติดตั้งซอฟแวร์เรียบร้อยแล้ว ก็จัดการต่อสายเจ้า Spyder X Elite เข้ากับคอมฯ เปิดโปรแกรมแล้วทำตามคำแนะนำแบบ Step by Step ตามภาพด้านล่าง

หน้าแรก Welcome เลือกอันบน Calibrate My Display

หน้าแรก Welcome เลือกอันบน Calibrate My Display

 

หน้าที่ 2. เปิดครั้งแรกจะมีเช็คลิสต์ให้เราติ๊กไปทีละหัวข้อ ตามคำแนะนำ

  • Warm UP เปิดหน้าจอวอร์มไว้ ครึ่งชั่วโมง
  • เช็คไม่ให้มีแสงหรือหลอดไฟ ส่งตรงไปโดนที่ผิวจอภาพ
  • การปรับค่าต่างๆตั้งค่าที่จอภาพก่อนแคล
  • เช็คการต่อสายตัว Spyder เข้ากับคอมพิวเตอร์

 

หน้าที่ 3. Display type เลือกชนิดของจอภาพ ที่จะแคล มีให้เลือก 3 แบบ จอเดสทอป จอโน๊ตบุค และจอโปรเจ็คเตอร์

 

หน้าที่ 4. Make and Model เลือกยี่ห้อ และ รุ่นของจอภาพที่จะแคล

ตัวอย่างในภาพ 1. จอ Dell , 2. รุ่น UP2716D

 

หน้าที่ 5. Identify Controls เช็คว่าจอเราสามารถปรับตั้งต่า Brightness กับ Kelvin ได้ไหม ได้ก็ติ๊ก ไม่ได้ก็ปล่อยผ่าน

 

หน้าที่ 6. Display Technology เลือกชนิดของหลอดไฟส่องหลังจอภาพ ปกติจอภาพคอมพิวเตอร์ PC ส่วนใหญ่จะเป็น White LED แม้กระทั่งจอ Mac ก็เลือกชนิดนี้
ยกเว้นจอพิเศษที่บอกว่าแสดงสีได้กว้างถึง AdobeRGB จะเป็นพวก GB LED ตามคำบรรยายในภาพ พอดีจอของผมเป็นแบบนี้ (Dell UP2716D) ก็เลยเลือก GB LED

 

หน้าที่ 7. Select Workflow ทำครั้งแรกให้เลือกอันแรก Step by Step ครับ

 

หน้าที่ 8. Calibration Setting การแคลครั้งแรก ให้เลือก Full Cal ตามภาพ เลือกค่า Gamma, White Point และ Brightness
เสร็จแล้ว ให้กด Advanced Settings ตรงมุมซ้ายล่าง

 

หน้าที่ 9. Advanced Setting สำหรับ Spyder X Elite จะมีตัวเลือกเพิ่มเติม ที่รุ่น Pro ไม่มี คือ Gray Balance Calibration ซึ่งดีงามมาก ส่วนตัวผมชอบมาก เพราะผมทำงานกับรูปขาวดำเป็นหลัก การคาลิเบรท Gray Balance ช่วยการไล่เฉดสีเทาจากมืดไปสว่างเที่ยงตรงขึ้นมาก สีเทาไม่ติดหรืออมโทนสีต่างๆ ในภาพผมเลือกตั้งค่าเป็น Better ซึ่งจะใช้เวลานานขึ้นแต่ให้ผลดีที่สุด

 

หน้าที่ 10. Calibration เราพร้อมจะแคลแล้ว ให้วางตัว Spyder ที่หน้าจอในตำแหน่งตามภาพครับ โดยดึงฝาครอบเซ็นเซอร์ออก แล้วดึงออกไปให้เป็นตัวถ่วงจอด้านหลัง พร้อมแล้วก็กด Next เพื่อเริ่มทำการคาลิเบรท

 

Spyder X ใช้เวลาในการแคล เร็วกว่ารุ่นเดิมขึ้นมาก ใช้เวลาโดยรวมไม่ถึง 2 นาทีก็เสร็จครับ

 

เมื่อแคลเสร็จแล้ว จะขึ้นคำว่า Finish กดปุ๊ป ก็จะให้เราเซฟโปรไฟล์ที่แคล เราก็ตั้งชื่อให้มีความหมาย แล้วกด Save เป็นอันเสร็จขึ้นตอนการคาลิเบรทจอ

 

หน้าต่างต่อมาจะเป็นการ Soft Proof ให้เราเช็คดูภาพตัวอย่างว่าผลการแคลเป็นอย่างไร มีภาพให้เลือกดูมากมาย

 


 

บทที่ 2. เช็คผลลัพธ์ที่ได้

 

ทำการวัดผลที่ได้หลังการคาลิเบรท เริ่มจากเช็ค Gamut สี

จอ Dell UP2716D หลังการแคลด้วย Spyder X Eliteได้ค่า Gamut สีที่
100% sRGB , 100% AdobeRGB, 93% P3

 

เช็ค Tone Response ค่า Gamma ที่ 2.2

 

เช็ค Color Accuracy ความถูกต้องของสี

เช็คความเที่ยงตรงของสี ผมลองแคลอยู่หลายครั้ง ได้ค่าเฉลี่ยเดลต้าอี ต่ำสุดอยู่ ที่ 0.56
( *ค่าเฉลี่ยเดลต้าอี ต่ำกว่า 2.0 ถือว่าดี เหมาะใช้งานมืออาชีพ, ต่ำกว่า 1.0 ถือว่า เยี่ยม)

 

เช็ค Monitor Rating
จอ Dell UP2716D ของผม อายุการใช้งาน 3 ปี ได้ค่าเรตติ้งตามภาพด้านบน

Gamut ได้คะแนนเต็ม 5
Tone Respone ได้คะแนนเต็ม 5
Color Accuracy ได้คะแนน 4.5

 


 

3. เปรียบเทียบความแตกต่างจากรุ่นก่อน

ผมลองเอาเจ้า Spyder 5 Elite มาแคล เปรียบเทียบผลกับรุ่นใหม่ Spyder X Elite ให้ดูกันครับ

 

เริ่มจากมาดูหน้าตาเปรียบเทียบกันก่อน

 

ที่เปลี่ยนไปอย่างแรกคือ

1. สี จากดำ ไป ขาว
2. รูปทรงสามเหลี่ยมกลับด้านกัน
3.เซ็นเซอร์ เปลี่ยนมาใช้ชิ้นเลนส์แก้ว แทนที่ตารางรังผึ้ง เพิ่มเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสง

 

มาดู “ระยะเวลา” ในการคาลิเบรทกัน

ผมตั้งแบบ Full Cal + ทำ Gray Balance Calibration ด้วย

Spyder 5 ใช้เวลาไป 5:19 นาที

Spyder X ใช้เวลาไป 1:36 นาที

ทำเวลาได้เร็วกว่าเดิมมาก

 

มาดูผลการคาลิเบรท

- เรื่อง Color Gamut ความกว้างของสี

Spyder X ทำได้ดีกว่า คือ หลังแคล จอยังแสดงสีได้ 100% AdobeRGB
แต่ของ Spyder 5 สีลดลงเหลือ 98% AdobeRGB

 

ผลความเที่ยงตรงของสี Color Accuracy

Spyder X ทำได้ดีกว่า ได้ค่าเฉลี่ยเดลต้าอีที่ต่ำกว่า คือ 0.56 ส่วนรุ่นก่อน Spyder 5 ทำได้ต่ำสุดที่ 0.76
แปลว่า Spyder X แคลแล้ว จอได้สีที่เที่ยงตรงมากกว่า

 

ราคาขาย เท่าที่ผมเช็คมาในเว็บไซด์

Spyder X pro = ฿ 6,590.00
Spyder X Elite = ฿ 9,790.00

 

บทสรุป ของ Spyder X Elite

ข้อดี

  • Spyder X Elite พัฒนาดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม อย่างเห็นได้ชัด
  • ความเร็วในการแคล เร็วมาก ไม่ถึง 2 นาที
  • ผลลัพธ์ที่ได้หลังการแคล ให้ค่าเฉลี่ยเดลต้าอีต่ำลง แปลว่าแม่นยำขึ้น
  • ทำ Gray Balance ได้ดีขึ้น สีเทาเที่ยงตรงมากขึ้น ไม่อมสีนิดๆเหมือนรุ่นก่อน
  • แคลแล้วกามุตสีของจอไม่สูญเสีย สียังสดได้ 100 %AdobeRGB
  • รุ่น Elite ซึ่งเป็นรุ่นทอป ราคาจำหน่าย ต่ำกว่าหมื่น ถูกกว่าคู่แข่ง
  • มีตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ มีการรับประกันสินค้า

ข้อด้อย

เวลาติดตั้งโปรแกรมต้องใสเลข Serial มีการเช็คโลเคชั่นของผู้ใช้งาน ไม่เหมาะกับเอามาใช้รับบริการแคลจอ

 

สุดท้าย ท้ายสุด

ถามว่า ซื้อได้ไหม ควรซื้อไหม เทียบคุณภาพกับคู่แข่ง หรือรุ่นก่อน
ตอบว่า ถ้าชอบใจก็ซื้อได้เลย คุณภาพสูสีกับคู่แข่ง บวกตัวแทนจำหน่ายดี น่าเชื่อถือในบริการ

เขียนที่บ้าน
#สมชายการช่าง
25/07/2019

BenQ SW270C Review

BenQ SW270C จอคอมแต่งภาพสีตรง

BenQ SW270C จอคอมแต่งภาพสีตรง

Review: BenQ SW270C จอคอมแต่งภาพสีตรง ฉบับใช้งานจริง

ก่อนจะดูรีวิว มาดูข้อมูลจากผู้ผลิตเบื้องต้นก่อนครับว่า จอคอมแต่งภาพ SW270C ตัวนี้มีดีอะไรบ้าง

BenQ SW270C
  • จอคอมแต่งภาพ IPS 2K
  • AQColor สีตรง ช่วงสีกว้าง100% sRGB / 99% Adobe RGB
  • มีฟังก์ชั่น HW Calibration / คาริเบรทพร้อมใช้จากโรงงาน
  • มั่นใจด้วยการรับรองจาก Pantone & CalMAN
  • มาพร้อม Hood และ Hotkey Puck
  • เชื่อมต่อง่ายด้วย USB-C

 

แสดงสีได้กว้างถึง 99% AdobeRGB

 

จอแสดงผลได้ถึง 10 บิต พันล้านสี

 

ควบคุมคุณภาพมาอย่างดี ใช้ต่อหลายๆจอแล้วแสดงผลได้ต่อเนื่อง

 

มี Hardware Calibration ทำให้การคาลิเบรทจอได้ผลที่ดีที่สุด

 

จอคอมแต่งภาพ ที่คาลิเบทมาแล้วจากโรงงาน

 

การแสดงผลแบบ HDR สำหรับงานวิดีโอ

 

มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C และ Shading Hood มาให้พร้อม

 

ข้อมูลเสป็คโดยละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้ครับ BenQ SW270C

 

 

หลังจากที่ได้จอ BenQ SW270C (จอที่บอกว่าเป็น จอคอมแต่งภาพ ที่ออกแบบมาสำหรับช่างภาพโดยเฉพาะ) มาเทสต์เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม
โดยผมเอามาต่อใช้งานเป็นจอหลักในการทำรูปของผมทุกวัน นับชั่วโมง ก็เกิน 200 ชั่วโมงแล้ว
 
วันนี้ถึงเวลาที่จะมารีวิวแบบเต็ม ๆ ให้ทุกท่านให้อ่านกันหละครับ
 
เริ่มตั้งแต่ unbox แกะกล่องกันเลยครับ
BenQ SW270C มาในกล่องที่แพ็คมาอย่างแน่นหนา แข็งแรง และมีขนาดใหญ่กว่าจอทั่วไปที่มีขนาดเดียวกันมากครับ
ขนาดกล่องมีความหนาถึง 42.5 เซ็น ยาว 73.5 และสูง 50 เซ็น ใหญ่กว่า จอ 27 นิ้วที่เคยเจอมาเลยครับ
 
ขนาดกล่อง 735x425x505 mm.

 

รายละเอียดข้างกล่อง

แจ้งว่าเป็นจอมอนิเตอร์ LCD ที่ใช้หลอดส่องสว่างด้านหลังเป็นแบบ LED
Model : SW270c-B
มีค่าความส่ว่าง : 300 nits
ค่าคอนทราสต์ : 1000:1
Respone Time : 5 ms.
ต่อ Input ได้แบบ HDMI, DP, USB-C
ความละเอียดสูงสุดที่ 2560x1440 พิกเซล
น้ำหนัก : 18.4 กิโลกรัม
และ Made in China ครับ
 
 
รายละเอียดข้างกล่อง

 

Special Features

เปิดกล่องมาดูข้างใน เจอที่แปะมาบนฝากล่องมี

ซ้ายสุด ซองใส่ใบรายละเอียดค่าการ Calibrate จากโรงงาน
ตรงกลาง เป็นรูปส่วนประกอบของในกล่อง
ด้านขวา แจ้งคุณสมบัติเด่นๆ

- มีโปรแกรมแคลของจอเองคือ Palette Master Elements ทำให้สามารถแคลจอแบบ Hardwareได้
- Hotkey Pucks อันนี้ผมชอบมาก ใช้ปรับจอได้สะดวกรวดเร็วขึ้นมากตอนแคลจอ
- Shading Hood ฮูดบังแสงรบกวนให้จอ อันนี้ก็เป็นของจำเป็นสำหรับจอแต่งภาพ
 
Special Features

 

 

Factory Calibration Report

ของจอนี้ ผมครอปบางส่วนที่สำคัญมาให้ชมครับ

 

Factory Calibration Report

 

ลองมาดูข้างในกันบ้างครับ
เปิดฝาปิดออก บนสุดก็จะเจอ ขาตั้งก่อน อันดับแรก
 

ยกกล่องส่วนบนนี้ออกก็จะเจอที่เหลือทั้งหมดครับ

หน้าตากล่องที่บรรจุจอมา แพ็คมาเป็นสัดส่วน เว้นช่องห่าง ดูแข็งแรงปลอดภัยดี เลยทำให้กล่องใหญ่มากไปด้วย

 

เริ่มประกอบ

โดยเอาแป้นฐาน มาขันเข้ากับขาตั้งจอ ใส่เข้าไปในล๊อค แล้วหมุนไปทางขวา แล้วขันเกลียวน๊อตยึดเข้าไปให้แน่น

เมื่อประกอบเสร็จ หน้าจาจะเป็นแบบนี้ ตรงกลางฐาน จะเป็นที่วางเก็บ Hotkey Pucks

 

ประกอบขาตั้งเสร็จ ก็ยกพาแนลจอมาวางลงบนกับโต๊ะ แล้วเอาขาตั้งไปประกบใส่ครับ
กดลงไปขาก็จะล๊อคกันเอง (เวลาจะเอาออก ก็กดปุ่ม ก็จะปลดล๊อค ยกออกได้)

 

จอ BenQ SW270C สามารถวางได้ 2 แบบ คือ แนวนอน หรือ แนวตั้ง ได้

 

แต่โดยปกติใช้งานทำรูป เราก็คงจะวางจอแนวนอนกันนะ ตัวขาตั้งจอ สามารถปรับสูงต่ำได้มาก ผมลองวัดแล้วเอามาให้ดูครับ

จอ วัดจากด้านล่าง ปรับได้ต่ำสุด 10 cm. สูงสุด 24.5 cm.

 

วัดด้านบน ปรับได้ต่ำสุดประมาณ 46.5 cm.

 

ปรับได้สูงสุดสุดประมาณ 61.5 cm. สุดไม้บรรทัด 2 ฟุตเลยครับ

 

พอร์ตเชื่อต่อต่าง ๆ ของจอที่มีมาให้

ช่องต่อสายต่าง ๆ ที่ต้องต่อ เวลาต่อสาย ผมชอบหมุนจอตั้ง เพื่อจะได้ต่อสายได้ง่ายขึ้นครับ

สายที่จำเป็นไล่จากล่างขึ้นไป

 

  1. สายไฟ A/C
  2. สายของตัว Hotkey Pucks
  3. สายสัญญาณภาพ ในที่นี้ผมเลือกใช้สาย DP (สายที่ให้มาเป็น DP to MiniDP)
  4. สาย USB แบบ Upstream เพื่อใช้กับพอร์ต USB ด้านข้างจอ กับใช้ตอนทำ Hardware Calibration (มีให้มา)

 

ด้านข้างจอด้านซ้าย สามารถเสียบต่อ USB ได้ 2 พอร์ท กับ 1 ช่อง SD card

 

ด้านบนจอ ตรง Hood มีช่องเปิด สำหรับใส่ตัวคาลิเบรทจอลงมา เวลาจะแคลจอได้

 

เมื่อประกอบจอเสร็จ ก็ต่อเข้าคอม เปิดเครื่องวอร์มจอไว้สักพัก แล้วก็เริ่มคาลิเบรทจอ เพื่อวัดผลกัน

 

ปุ่มปรับต่างๆของจออยู่ที่มุมขวาล่าง มีทั้งหมด 6 ปุ่ม ขวาสุดคือปุ่ม Power

 

หน้าตาโหมดต่างๆ ของจอที่มีมาให้ เริ่มจาก AdobeRGB ก่อนแล้วไล่ลงไปเรื่อย มีเยอะถึง 2 หน้า

 

โหมด Calibration

โหมด Calibration 1, 2, 3
สำหรับการแคลแบบ Hardware Calibration ด้วยโปรแกรมของทาง BenQ เอง
คือ Palette Master Elementsและ โหมด Custom1, 2
สำหรับการแคลด้วยโปรแกรมของตัว Calibrate เอง เช่น i1Profiler

 

ก่อนจะเริ่มแคลจอ
ก็ต้องติดตั้งโปรแกรม Palette Master Elements ก่อน
โดยดาวโหลดได้ที่ Palette Master Element

เมื่อติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อย ก็ต่อตัวเครื่อง Calibrateจอ (i1, spyder) เข้ากับคอมพิวเตอร์ (ในที่นี้ผมใช้ตัว i1 DisplayPro ในการแคล)
**อย่าลืมต้องต่อสาย USB Upstream จากคอมมาเข้าจอด้วย แล้วก็เปิดโปรแกรม Palette Master Elements ขึ้นมา
 
การแคลมี 2 โหมดให้เลือก Basic กับ Advanced
...แน่นอน ผมต้องเลือกแบบ Advanced
กด Start ไปต่อหน้าต่อไป

 

Display Setting

หน้านี้จะเป็นการเลือกค่า Setting ให้เหมาะกับงานประเภทต่างๆ

Display Setting

ค่า Default จะเป็นแบบ Photographer (AdobeRGB) เพราะจอนี้เค้าโปรโมทว่าเป็น Photographer Monitor

โดยมีค่าที่เซ็ทให้ไว้ตามภาพ คือ

White Point : D65
Color Space : AdobeRGB
Luminance : 120
Gamma : 2.2



แต่ถ้าจะใช้งานแบบอื่น ก็มีให้เลือกหลากหลายครับ

ค่า Preset ทีทางโปรแกรมตั้งให้มา มี 6 แบบคือ

 

  • Photographer (AdobeRGB)
  • Web Design (sRGB)
  • Graphics (AdobeRGB)
  • Cinema (DCI-P3)
  • Designer ( Display P3)
  • Video Editing (Rec. 709)

 

และก็มีให้เรา Custom Setting เอง และ Save เก็บไว้เรียกใช้ได้
อย่างในภาพ ด้านล่างสุด จะมีค่าของผมเองชื่อ Photo-Somchai

ตามรูปด้าบน คือ Setting ที่ผมใช้งาน ใครจะตั้งตามก็ได้นะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์

 

ถัดมา หน้า Measurement

พอร์ทการเชื่อมต่อ

หน้า Measurement เราสามารถเลือกว่าจะเซฟค่าคาลิเบรทไว้ที่โหมด Calibration ไหน เค้ามีให้เลือกได้ 3 อัน

แปลว่าเราสามารถแคล แล้วเซฟเก็บไว้เรียกใช้ได้ 3 แบบเลยที่เดียว อันนี้ก็ชอบ

เซ็ทเสร็จแล้วก็กด Start Measurement 

 

เค้าจะขึ้นรูปให้เราเอาตัวแคลไปวางแปะที่จอ ควรเอียงจอขึ้นเล็กน้อย

ตัวแคลจะแนบสนิทกับจอ หลังจอไม่ควรให้มีแสงไฟส่องมารบกวนขณะทำการแคลครับ

กด Continue แล้วก็นั่งรอสักครู่ครับ

 

แคลเสร็จ จะขึ้นหน้า Calibration Complete เป็นอันเสร็จขึ้นตอนการแคลจอ

Calibration Complete

 

 

ต่อมาเราก็จะมาวัดผลการแคลต่อ โดยกดที่ Validate Calibration

Validate Calibration

กดปุ่ม Start Measurement วางตัวแคลลงหน้าจออีกรอบ แล้วรอจนแคลเสร็จ 

 

Validate Report

Validate Report
 
หน้านี้ก็จะรายงานผลการวัด ดูตรงช่อง Test
ค่ามาตฐานที่ปรแกรมเซ็ทไว้คือ ค่าเฉลี่ยเดลต้าอี ไม่เกิน 2.0 , ค่าเดลต้าอีมากสุดไม่เกิน 4.0

จอ SW207C ตัวนี้ ได้ค่าเฉลี่ยเดลต้าอี ที่ 0.52
ค่าเดลต้าอี มากสุดที่วัดได้คือ 1.20
PASSED ผ่าน และก็ต่ำมากด้วยครับ คือตำ่กว่า 1 อีก ที่ 0.52
โดยทั่วไป มาตรฐานค่าเฉลี่ยเดลต้าอี สำหรับงานมืออาชีพคือต้องต่ำกว่า 2.0 ลงมาครับ
ถ้าได้ต่ำกว่า 1 ก็ถือว่า ยอดเยี่ยมมาก

 


 

ต่อไป ผมก็มาลองแคลด้วยโปรแกรมของ i1 เอง คือ โปรแกรม i1 Profiler เวอร์ชั่น 3

โปรแกรม i1 Profiler เวอร์ชั่น 3

แคลด้วยโปรแกรมของ i1 ผมเลือกเซฟไว้ที่โหมด Custom 2
ได้ค่า ได้ค่าเฉลี่ยเดลต้าอี ที่ 0.58 ครับ

 

ต่อมาลองเช็คค่าความสม่ำเสมอของความสว่างของจอ ดูครับ
ผมตั้งค่าความสว่างตอนแคลไว้ที่ 100

ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าเยี่ยมครับ จอมีค่าความสว่าง โดยรวมไม่เกิน 10 % สูงสุดด้านซ้ายคือ 7%

 

การต่อใช้งานกับ Notebook เป็นจอที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล

ต่อจอ SW270C เข้ากับ MBP ผ่านพอร์ต USB Type C

 จอ SW 270C นี้ มีพอร์ต USB Type C มาให้ด้วย ทำให้ไปต่อกับ Mac Book Pro รุ่นใหม่ ได้เลย

เหมาะกับคนที่ใช้ MBP มากครับ ใช้สายเส้นเดียวจบ ไม่ต้องต่อเข้า Adapter ให้วุ่นวาย

(สาย type-C เค้าไม่มีมาให้นะครับ ต้องหาซื้อเพิ่ม)

 

ตารางเปรียบเทียบจอ BenQ ซีรี่ย์ SW รุ่นต่าง ๆ

BenQ ซีรี่ย์ SW รุ่นต่าง ๆ

 

บทสรุป
 
บทสรุปหลังจากที่ได้ใช้งานจอ SW270C จริงทุกวันมากว่า 1 เดือน กว่า 200 ชั่วโมง
  • วัสดุของจอดูดี แข็งแรง ฐานและขาจอใหญ่มั่นคง จอปรับขึ้นลง และหมุนซ้าย-ขวา ได้สะดวก
  • Panel จอดี ให้สีและแสง สม่ำเสมอ ทั่วทั้งจอ
  • ภาค LUT เป็นแบบ 16 bit พัฒนาต่อจากรุุ่นก่อนที่เป็น 14 bit ทำให้การไล่โทนภาพเนียนขึ้นกว่าเดิม
  • มี Hood บังแสงอย่างดีมาให้พร้อม ไม่ต้องซื้อเพิ่ม เหมาะกับงานมืออาชีพ
  • เชื่อมต่อได้หลายแบบ ทั้ง HDMI, DP และ USB Type-C ต่อกับคอม Desktop หรือNotebook ได้หลากหลาย ทั้ง PC และ Mac
  • ราคาที่สูงกว่ารุ่นเดิม คือ SW2700PT ราคาประมาณ 2 หมื่น รุ่นนี้ SW270C ราคาไปอยู่ที่ 31,500.- (อ้างอิงจากราคาใน Lazada ) สูงกว่ารุ่นก่อน ประมาณหมื่นนึง
    ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะเอารุ่นใหม่ที่พัฒนา การแสดงผลที่ดีขึ้น มีพอร์ต Type C เพิ่มมาให้ กับมี HDR สำหรับงานวิดีโอ กับ LUT ที่เพิ่มเป็น 16 bit ไหม
  • สุดท้าย คำถามที่ผมต้องเจอบ่อยแน่ๆ หลังจากบทความนี้ออกไป ว่าน่าซื้อไหม?
    คำตอบ : สำหรับจอมอนิเตอร์ทำรูป ขนาด 27 นิ้ว แสดงสีได้ถึง Adobe RGB ในเรทราคาสามหมื่นต้น ณ ตอนนี้ ( 12-2019) ยังไม่จอไหนดีกว่า และน่าใช้กว่าตัวนี้ครับ
เขียนที่บ้าน
สมชายการช่าง
12/12/2019

รีวิว โคมไฟติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ScreenBar Plus จาก BenQ

หลังจากผมได้ลองใช้งานจริงมา 2 สัปดาห์เต็ม วันนี้จะมารีวิวโคมไฟติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ScreenBar Plus จาก BenQ

ที่คนใช้จอภาพทำงาน+แต่งรูปอย่างเราๆ รอมานาน (แคลจอเป๊ะแล้ว แต่แสงสว่างตรงโต๊ะทำงานมีปัญหาอีก) ให้อ่านกันครับ
.

ก่อนจะเริ่มรีวิว มาดูข้อมูลทั่วไป ที่ผมเซฟมาจากเว็บผู้ผลิตกันก่อน โดยผมจะเขียนคำบรรยายสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ประกอบภาพไปด้วยครับ

.
.
                                 ลดแสงอัตโนม้ติ - ประหยัดพื้นที่ - ไม่มีแสงสะท้อนหน้าจอ

 

                                 ให้ค่าความสว่างที่เหมาะสม ที่ 500 LUX

                                  ขนาดเล็กกระทัด ประหยัดพื้นที่ สวยงาม

       แก้ปัญหาจากโคมไฟแบบเก่า... แสงไม่เหมาะสม พื้นที่แสงไม่กว้างพอ และสะท้อนหน้าจอ

    มีตัวเซ็นเซอร์วัดแสง เพื่อปรับความสว่างให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หรือจะเลือกปรับความส่วางเองก็ได้

 

                    ติดตั้งเข้ากับจอภาพง่ายมาก แค่วางลงไป จอแบบขอบบางก็ใช้ได้

                            มีมุมกระจายแสงที่เหมาะสม แก้ปัญหาโคมไฟแบบเก่า

 

        ให้พื้นที่ส่องสว่างเพียงพอ อ่านหนังสือได้ เห็น keyboardชัด พิมพ์งานสะดวก

  ถ้าจอภาพไม่มีที่หนีบ เช่นจอ Notebook หรือจอภาพที่มีHood ก็สามารถไปหนีบตรงจุดอื่นแทนได้

                           แสง LED แบบไม่มีแสงสีฟ้า  ช่วยถนอมสายตา

          ไฟสามารถปรับอุณหภูมิสีได้ จาก Warm 2700 K ไปจนถึง Cool  6500 K

               ไม่ต้องเสียปลั๊กไฟ AC เสียบแค่ต่อสาย USB เข้ากับคอมฯ ก็ใช้งานได้

                มีชุดปุ่มควบคุม Desktop Dial มาให้  ปรับตั้งใช้งานต่างๆสะดวก

 

...

คราวนี้มาดูแกะกล่องลองของจริงกันครับ

.

                                     หน้าตากล่อง และข้างใน ที่ผมได้รับมา

.

มีหลายคนถามเรื่องใช้จอภาพแต่งรูป ขอบบางๆ อย่าง Dell รุ่นใหม่ๆได้ไหม

ผมเลยลองกับจอ Dell UP2716D ของผมดู ติดตั้งใช้งานได้ดีเวิร์คเลยครับ ลงตัวเป๊ะ

.

                     ซูมภาพมาให้ดูใกล้ๆ ขายึดตรงกลางมีโลโก้ BenQ มุมขวาสุดมีอักษร ScreenBar Plus

.

                          ถ่ายให้ดูใกล้ๆ รูปการติดตั้ง  วางลงไปเฉยๆ  ด้านหลังตัวยึดจะเป็นตุ้มน้ำหนักถ่วงไว้

.

                                                ใช้สายที่มีมาให้ ต่อเข้าขาไฟ เป็นสายแบบ USB type C

.

                  ผมต่อสายไฟเลี้ยง USB เข้ากับจุดต่อของจอภาพ ไฟพอ ใช้งานได้ดีครับ

.

                   อันนี้ผมชอบมาก ตัวควบคุม Desktop Dial สะดวกดี ใกล้มือ

.ลองเทสต์แสง 3  แบบ

*สังเกตุว่าแสงสองมาที่พื้นเปลี่ยนไป แต่ไม่ไปกระทบสี หรือความสว่าง ที่จอภาพเลยครับ
.

แบบแรก ปรับอุณหภูมิสีให้แสงขาวพอดี


.
แบบที่ 2. ปรับไป Warm สุด 2700 K


.
แบบที่ 3. ปรับไป Cool สุด 6500 K


.
:: สรุป ::
.
ข้อดี
  ScreenBar Plus ใช้งานได้ดีครับ เวิร์คมาก
- แก้ปัญหาแสงสว่างตรงจอทำงานที่เคยมีปัญหา มืดไป สว่างไป แสงโคมไฟแบบเก่าไปกระทบจอ หรือมุมแคบเป็นจุดเล็ก แบบเดิมๆไปได้หมด
- ปรับความสว่างของแสง ได้ตามต้องการ หรือจะให้เค้าปรับให้แบบอัตโนมัติก็ได้ แต่ผมชอบแบบฟิกซ์ค่ามากกว่า เหมาะกับการทำรูปแต่งรูป
- สวยงาม ขนาดกระทัดรัด ไม่เกะกะ มีปุ่มปรับมาให้ ลากสายมาวางใกล้ๆมือได้
-  ปรับอุณหภูมิสีของแสงได้ ให้เหมาะกับการใช้งานได้หลายหลายประเภท
.
ข้อด้อย
- ออกแบบให้ใช้ได้กับจอภาพที่ไม่มี Hood บังแสง จอแต่งภาพที่ผมใช้ทำงานหลัก จะมีHood ติดอยู่
แต่ผมแก้ปัญหานี้โดย DIY ไปยึดกับขากล้องเว็บแคบแทน เลยปรับขาไฟได้สะดวกขึ้นไปอีก

30/06/2021
สมชายการช่าง
...

ราคา จากที่ดูในเว็บ Shopee, Lazada จะอยู่ที่  4490 บาท ครับ
ลิงค์ LAZADA shopee

CameraEyes.net

59/154 หมู่บ้านวิสุทธาวิลล์ ซอย 18, ซอยรามอินทรา 103/1 

คันนายาว, กรุงเทพมหานคร 10230

59/154 Wisuttha Vill 18, Ram Intra 103/1 

Khan Na Yao, Bangkok 10230

Thailand

Email : info@cameraeyes.net

Phone : 090 201 0095

ศิลปะการถ่ายภาพ เกิดจากจินตนาการ ความนึกคิด ผู้ถ่ายจะต้องมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ ในการถ่ายภาพอย่างเป็นขั้นตอน และ จะต้องเข้าใจในศิลปะอย่างแท้จริง